ทั่วไป

ทำดีกว่าไม่ทำอะไร หรืออย่าทำอะไรจะดีกว่า กับประโยคสุดฮิต

ทำแบบนี้ “อย่าทำดีกว่า” หรือ อย่างน้อยก็ “ดีกว่าไม่ทำอะไร” คิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย


สองประโยคนี้ ท่านรู้สึกนึกเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นพ้อง แบบในแนวทางไหน ควรจะทำหรือเปล่าทำ บางทีอาจเกิดขึ้นกับบางเหตุการณ์ในภาวการณ์ไม่ค่อยธรรมดาอย่างในตอนนี้ เนื่องจากว่าความธรรมดา ความอุตสาหะ ย่อมเกิดเรื่องที่ดีไม่ว่าจะในเรื่องที่จะทำอะไรๆให้เป็นผลขึ้นมา แต่ว่าในภาวการณ์ ความพากเพียรก็อาจจะส่งผลให้ยิ่งห่วยลง หรือ เลือกที่จะไม่ปฏิบัติดีกว่า
ดังเช่นห้องอาหารรายหนึ่ง กำเนิด Lockdown ห้ามให้ลูกค้านั่งทานที่ร้านค้า ย่อมส่งผลให้เกิดรายได้น้อยลงอย่างยิ่ง todehuay

บางทีก็อาจจะคิดขจัดปัญหาโดยแนวทางการขายออนไลน์ แต่ว่าร้านค้าอยู่ที่ตำบลเล็กๆชนบท ไม่มีบริการส่งผ่านแอพไหนๆ
ถ้าอย่างงั้นก็ส่งเองสิ โน่นเป็นสิ่งที่จะต้องทำ แม้กระนั้นอย่าลืมว่า ลูกค้าที่เป็นลูกค้าประจำมีไม่กี่ราย หมายเลขโทรศัพท์ก็สามารถสั่งได้ รวมทั้ง ไปส่งให้ได้ถูกสถานที่ 

ซึ่งมันก็บางทีก็อาจจะไม่ทำให้ขายดิบขายดีขึ้่น อาหารกล่อง 25-35 บาท คิดค่าส่ง 15-40 บาทเสมือนแอพ เหล่าประชาชนก็บางครั้งอาจจะมองดูกันว่าแพง แม่ค้าก็เลยมีความรู้สึกว่าการย้ายที่ทำเลที่ตั้ง คงจะดีมากกว่า นี่เป็นต้นเหตุของบทความว่า ” ดีมากยิ่งกว่าไม่ทำอะไรเลย “

กับของคำว่า ” ดีมากกว่าไม่ทำอะไรเลย “
การย้ายที่ทำเลที่ตั้งของแม่ค้านั้น อาจจะส่งผลให้มีขาจรผ่านมากำเนิดรากฐานลูกค้าใหม่ ขึ้นมาบ้างแต่ว่าพวกเราบางครั้งอาจจะกำลังโดนกับของความรู้สึกที่ว่า ดียิ่งกว่าไม่ทำอะไร อยู่ก็ได้เพราะว่าในส่วนหนึ่งส่วนใดของผู้คน ถูกใจประเมินผลจากความรู้สึก ที่มากกว่าความเป็นจริง การย้ายที่ใหม่ ทำเลที่ตั้งใหม่ๆบางทีอาจจะพบลูกค้าใหม่มันสร้างความรู้สึกใหม่ ราวกับท่านกำลังสนุกสนาน
ตื่นเต้นไปกับความแปลกใหม่ ที่รู้สึกว่ามันดีขึ้นกว่าเดิม 

แต่ว่าถ้าเกิดดูข้อเท็จจริงแล้ว มันก็จำเป็นต้องประเมินผลจากปริมาณลูกค้า ที่ไม่ใช่ความรู้สึกแปลกใหม่ อีกด้าน ลูกค้าจากที่เก่า ผ่านร้านค้าเดิม อาจจะมีการเกิดความข้องใจว่าล้มเลิกกิจการไปแล้ว จังหวะที่ลูกค้าเก่าจะหนีไปเป็นที่อื่นๆก็เกิดขึ้นได้

นอกนั้นการไปที่ใหม่ ก็จะมีค่าเช่ามากขึ้น การจัดการที่ยากกว่าเดิมเพราะว่าจำเป็นต้องขนย้ายไปรวมๆมีต้นทุนที่มากขึ้น แล้วก็ มีเหตุการณ์วัววิด ลูกค้าบางครั้งก็อาจจะไม่มีวันมากยิ่งกว่าเดิม สำหรับในการย้ายทำเลที่ตั้งที่อยู่บนถนนหนทางเส้นเดียว ท้ายที่สุดพอเพียงย้ายกลับมาร้านค้าเดิม ลูกค้าใหม่ก็ใช้ว่าจะตามกลับมา

มานะแล้ว…
เป็นเพียงแต่แบบอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อผลเป็นแบบนี้ ก็ได้กลับมาอยู่บนความรู้สึกเดิมว่า เพราะอะไรถึงขายไม่ดี ถ้ามีคนใดมาบอกว่า เพราะเหตุไรไม่ทำแบบนั้น แบบงี้ แม่ค้าก็จะมีความรู้สึกว่าไม่ใช่ไม่ทำอะไร แม้กระนั้นก็อุตสาหะทำแล้ว อาจจะทำให้สิ่งที่คนอื่นๆชี้แนะ หรือ เสนอมาไม่มีน้ำหนัก เพราะว่าแม่ค้าไม่ต้องการจะทดลอง คิดไม่ได้อยากลงทุน หรือ เพียรพยายามอีก เหตุเพราะมีความพากเพียรที่หมดไปจากคราวก่อน

สิ่งหนึ่งจำเป็นต้องรู้เรื่องว่า มันบางทีอาจจะคือเรื่องธรรดา กำลังใจของพวกเราทุกคน นั้นมีข้อจำกัด หรือ ถ้าเกิดบกพร่องมากมายๆมันอาจจะมีการเกิดอ่อนเพลียหรือ ท้อเป็นสิ่งที่ปกติ เพียงแค่ว่าในเวลาที่ตกลงใจพลาดไป ไม่มีผู้ใดทราบหรือมองเห็นตนเองได้อย่างแจ่มแจ้ง เนื่องจากว่าแม้คิดได้พวกเราอาจจะไม่เลือกที่จะทำ

ดีมากยิ่งกว่าไม่ทำอะไร กับ อย่าทำอะไรดีมากกว่า
ระหว่าง “ดียิ่งกว่าไม่ทำอะไร กับ อย่าทำอะไรดียิ่งกว่า” ก็ดำรงอยู่ที่การคิด พินิจพิจารณาให้รอบด้านผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคิดว่าเกลียด คิดมาก บางเวลามันบางทีอาจไม่ใช่คิดมากในแง่ลบ แม้กระนั้นมันหมายความว่าความ ถ้วนถี่หากแม้ล่อแหลมกับคำว่าวิตกได้ด้วยเหมือนกัน ยังไงก็แล้วแต่กว่าไม่คิดหรือคิดไม่พอ ในเหตุการณ์ที่จะต้อง รีบดิ้นรน ก็จำเป็นต้องสละเวลาที่จะคิดให้เป็นแบบแผน ระวังเรื่องความนึกคิดที่ ” เพียงแค่มีความรู้สึกว่ามันจะดี ” หรือควรจะหาวิธีลดอคติ ลดเรื่องกาคิดไปเองดังเช่นว่าไปขอความเห็นผู้ที่น่าไว้วางใจ ของหัวข้อนั้นๆก็บางทีก็อาจจะเพียงพอทำให้ชี้แนะทางได้ไม่มากมายก็น้อย

ที่สุดแล้ว 
ไม่มีผู้ใดทราบแจ่มชัดหรอกว่ามันจะ “ดีมากยิ่งกว่าไม่ทำอะไร” โดยเหตุนั้นทำอะไรควรจะมีแผนเผื่อ แผนสำรอง ที่สำคัญเป็นไม่ลืมเลือนเตรียมตัวเตรียมใจให้แข็งแกร่ง ด้วยเหตุว่าแม้พลังใจไม่หมด ย่อมเกิดแรงที่จะทำอะไรใหม่ๆได้ต่อเสมอ

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น